บริษัท หจก.ร้าง

คดียื่นคำร้องต่อศาล เพื่อขอให้กลับจดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท คืนสู่ทะเบียน

   บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนใด ที่ถูกนายทะเบียนมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียน เนื่องจากมิได้ทำการค้าขายหรือประกอบกิจการ และไม่ได้นำส่งงบการเงินต่อสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทในทุก ๆ ปี ติดต่อกันเกิน 3 ปี จะถูกถอนทะเบียนกลายเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทร้าง

   รวมทั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่ได้ยื่นรายงานการชำระบัญชี และจดทะเบียนเสร็จสิ้นการชำระบัญชีต่อนายทะเบียนภายใน 3 ปีนับแต่วันรับจดทะเบียนเลิก

 

ผลกระทบทางกฎหมาย

1. สิ้นสภาพนิติบุคคล นับตั้งแต่นายทะเบียนมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตาม ป.พ.พ. 1273/3

2. ทำให้ไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมายอีกต่อไป ไม่สามารถทำนิติกรรมสัญญากับคู่ค้า หรือจัดการจำหน่ายโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน หรือชำระบัญชีจดทะเบียนเลิกบริษัท ได้

3. แต่ความรับผิดของหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้เป็นหุ้นส่วน กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นมีอยู่เท่าไร ก็ให้คงมีอยู่อย่างนั้นและพึงเรียกบังคับได้ เสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังมิได้สิ้นสภาพนิติบุคคล ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1273/3

4. เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิเรียกร้องได้อยู่

5. กรรมการผู้จัดการ หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ละเลย ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

 

เมื่อประสงค์กลับคืนสู่ทะเบียน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องให้ทนายความจัดทำคำร้องยื่นต่อศาลขอให้มีคำสั่งให้นายทะเบียนมีคำสั่งรับจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน กลับคืนสู่ทะเบียน

 

ผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง

1. ห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน

2. บริษัท กรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือผู้รับมอบอำนาจ

3. เจ้าหนี้ (กรมสรรพากร เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา หรือผู้รับโอนสิทธิในหนี้สิน)

 

เหตุที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตได้ ดังนี้

1. ในขณะที่ถูกขีดชื่อออก ยังทำการค้าขายหรือยังประกอบกิจการงานอยู่ ตามปกติ

2. เพื่อความยุติธรรม (เป็นการใช้ดุลพินิจของศาลที่กว้าง) เช่น

   2.1. บริษัทมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิเรียกร้องในทรัพย์สินจำเป็นต้องบริหารจัดการหรือทำนิติกรรมตามกฎหมาย

   2.2. ต้องการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชี

   2.3. ตั้งผู้ชำระบัญชี

   2.4. เจ้าหนี้ต้องการฟ้องร้องบังคับคดีให้ชำระหนี้ หรือบังคับตามคำพิพากษาของศาล

   2.5. จดทะเบียนเลิกบริษัทและเสร็จการชำระบัญชีแล้ว แต่พบภายหลังว่ายังมีทรัพย์สินที่ต้องจัดการแบ่งปันคงเหลืออยู่

3. ได้รับความเสียหาย เช่น ไม่สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ หรือไม่สามารถเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายได้ เป็นต้น

 

เอกสารประกอบ

1. หนังสือรับรองนิติบุคคลบริษัท / ห้างหุ้นส่วน

2. บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น แบบ บอจ.5 (ฉบับยื่นไว้ล่าสุด)

3. รายการจดทะเบียนของห้างหุ้นส่วน

4. คำสั่งสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครหรือจังหวัด เรื่อง ขีดชื่อห้างหุ้นส่วนบริษัทออกจากทะเบียน

5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนกรรมการ / หุ้นส่วน

6. หนังสือให้ความยินยอมของกรรมการ / หุ้นส่วน / ผู้ถือหุ้น

7. เอกสารยืนยันการดำเนินกิจการ (ถ้ามี) เช่น ใบกำกับภาษีซื้อขาย ใบแจ้งหนี้ ใบส่งของ ใบเสร็จรับเงิน สัญญาว่าจ้าง แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.53) แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นต้น

8. รายการทรัพย์สินของนิติบุคคล (ถ้ามี) เช่น โฉนดที่ดิน น.ส.3ก ใบคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ บัญชีเงินฝากธนาคาร เป็นต้น

9. หลักฐานสิทธิเรียกร้องบุคคลภายนอก (ถ้ามี) เช่น เช็ค สัญญารับสภาพหนี้ หนังสือค้ำประกัน สัญญาเช่าซื้อรถยนต์ คำพิพากษาของศาล หมายบังคับคดี เป็นต้น

10. คำขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.09

11. หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามี)

แจ้งเพิ่มเติม

รายการที่ 1. - 4. ทนายจัดเตรียมไว้ให้

รายการที่ 7. - 10. ใช้อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้

รายการที่ 6. ทนายจัดทำให้

 

เขตอำนาจศาล

: ศาลจังหวัด ซึ่งที่ตั้งสำนักงานใหญ่บริษัท ห้างหุ้นส่วน อยู่ในเขตอำนาจ

 

คำสั่งศาล เมื่อรับคำร้องไว้พิจารณาและนัดไต่สวน

"รับคำร้อง ประกาศนัดไต่สวนโดยวิธีการลงโฆษณาทางสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ สำเนาให้นายทะเบีนหุ้นส่วนบริษัท หากคัดค้านให้ยื่นคำคัดค้านภายในวันนัด ให้ผู้ร้องวางเงินภายใน 7 วัน มิฉะนั้นถือว่าทิ้งคำร้อง"

 

ที่อยู่ นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร

เลขที่ 563 ถนนนนทบุรี ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี 11000

 

ที่อยู่ นายทะเบียน สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

ตรวจสอบได้ที่ ลิงค์ https://province.moc.go.th/center/

 

ขั้นตอนการนำส่งคำสั่งศาลให้แก่นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร จดชื่อกลับคืนเข้าสู่ทะเบียน 

เอกสารประกอบ จำนวนอย่างละ 1 ชุด

1. สำเนาคำสั่งศาล พร้อมเจ้าหน้าที่ศาลรับรอง

2. สำเนาหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด พร้อมเจ้าหน้าที่ศาลรับรอง

3. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน

4. ข้อมูลบริษัท

5. หนังสือมอบอำนาจ

   ภายหลังการยื่นเรื่อง 1 สัปดาห์ ทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะแก้ไขสถานะนิติบุคคลให้ โดยจะระบุว่า "คืนสู่ทะเบียน"

 

สถานที่ยื่น

1. เขตพื้นที่ กทม. ต้องยื่นตามเขตพื้นที่ จำนวน 6 ที่ หรือกองทะเบียนธุรกิจ ชั้น 9 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

2. สำหรับต่างจังหวัด สามารถยื่นเรื่องได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด

 

หลักเกณฑ์พิจารณาจากมูลเหตุหรือข้อสันนิษฐาน ว่ามิได้ทำการค้าขายหรือประกอบกิจการแล้ว

1. ไม่นำส่งงบการเงิน เพื่อแสดงฐานะทางการเงินและผลการดำเนินกิจการ ย้อนหลังไป 3 ปีติดต่อกัน

2. ไม่มีที่ตั้งสำนักงานใหญ่ตามที่จดทะเบียนไว้ จึงไม่ได้รับหนังสือสอบถามจากนายทะเบียนผ่านไปรษณีย์ตอบรับ

3. จดทะเบียนเลิกแล้ว แต่ไม่ยื่นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายใน 3 ปี

 

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฏีกา ที่น่าสนใจ

ประเด็น : อายุความคดีร้องขอคืนสู่ทะเบียน มีกำหนดระยะเวลา 10 ปีนับแต่วันที่ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน หากปล่อยระยะเวลาจนล่วงพ้น จึงหมดสิทธิร้องขอให้บริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1273/4 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5506/2561

   นายทะเบียนขีดชื่อบริษัท ต.ออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้างตาม ป.พ.พ.มาตรา 1246 เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2541 แต่ต่อมาบทบัญญัติมาตรา 1246 ถูกยกเลิก และมีการเพิ่มความเป็นหมวด 6 การถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด และบริษัทจำกัดร้าง นำมาใช้บังคับแทนตาม พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ฉบับที่ 18) พ.ศ.2551 ซึ่งบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2551 ผู้ร้องยื่นคำร้องขอคดีนี้เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2558 ภายหลังบทบัญญัติที่แก้ไขใหม่มีผลใช้บังคับจึงต้องนำมาตรา 1273/4 มาใช้บังคับแก่คดีนี้ ซึ่งตามมาตรา 1273/4 วรรคสอง บัญญัติว่า การร้องขอให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน ห้ามมิให้ร้องขอเมื่อพ้นกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน แต่ตามมาตรา 1273/4 วรรคสองดังกล่าว กรณีใช้บังคับกับบริษัทที่ถูกขีดชื่อเป็นบริษัทร้างตามบทบัญญัติมาตรา 1246 เดิม จะต้องเริ่มนับระยะเวลานับแต่วันที่บทบัญญัติมาตรา 1273/4 มีผลใช้บังคับ มิใช่นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อตามมาตรา 1246 เดิม เพื่อให้เป็นคุณแก่ผู้ที่ต้องอยู่ภายใต้บังคับบทบัญญัติดังกล่าว เมื่อนับระยะเวลาด้วยวันที่เริ่มต้นเช่นนี้จนถึงวันที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอยังไม่พ้นกำหนดสิบปี ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำร้องขอตามมาตรา 1273/4 วรรคสอง

 

ประเด็น : เจ้าหนี้ที่รู้สึกเสียหาย เพราะบริษัทลูกหนี้ถูกขีดชื่อออก มีสิทธิยื่นคำร้องขอกลับจดชื่อคืนเข้าสู่ทะเบียน ได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1538/2550

   บริษัทซึ่งเป็นลูกหนี้ถูกนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครขีดชื่อออกจากทะเบียนเป็นบริษัทร้าง ทำให้ผู้ร้องซึ่งได้รับโอนสิทธิเรียกร้องมาจากเจ้าหนี้ไม่สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีแก่บริษัทดังกล่าวได้ จึงเป็นกรณีที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้รู้สึกว่าต้องเสียหายมิเป็นธรรมเพราะการที่บริษัทลูกหนี้ถูกขีดชื่อจากนายทะเบียน แม้ผู้ร้องจะมีสิทธิยื่นฟ้องกรรมการของบริษัทดังกล่าวในฐานะผู้ชำระบัญชีให้ชำระหนี้ของบริษัทได้ เพราะผู้ชำระบัญชีมีหน้าที่ชำระสะสางการงานของบริษัทให้เสร็จไป กับจัดการใช้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของบริษัทนั้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1250 ก็ตาม ก็หาเป็นการตัดสิทธิของเจ้าหนี้ของบริษัทที่รู้สึกว่าต้องเสียหายมิเป็นธรรมเพราะการที่บริษัทลูกหนี้ถูกขีดชื่อจากทะเบียน จะยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อให้บริษัทดังกล่าวกลับจดชื่อคืนเข้าสู่ทะเบียนเพื่อดำเนินการเรียกร้องหนี้สินจากบริษัทโดยตรงไม่

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 1273/4 ถ้าห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บริษัท ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ใดๆของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นรู้สึกว่าต้องเสียหายโดยไม่เป็นธรรม เพราะการที่ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทถูกขีดชื่อออกจากทะเบียน เมื่อห้างหุ้นส่วน ผู้เป็นหุ้นส่วน บริษัท ผู้ถือหุ้นหรือเจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อศาล และศาลพิจารณาได้ความเป็นที่พอใจว่า ในขณะที่ขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทยังทำการค้าขายหรือยังประกอบการงานอยู่ หรือเห็นเป็นการยุติธรรมในการที่จะให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทได้กลับคืนสู่ทะเบียนก็ดี ศาลจะสั่งให้จดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนเข้าสู่ทะเบียนก็ได้ และให้ถือว่าห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นยังคงอยู่ตลอดมาเสมือนมิได้มีการขีดชื่อออกเลย โดยศาลจะสั่งและวางข้อกำหนดไว้เป็นประการใดๆ ตามที่เห็นเป็นการยุติธรรมด้วยก็ได้เพื่อให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทและบรรดาบุคคลอื่นๆ กลับคืนสู่ฐานะอันใกล้ที่สุดกับฐานะเดิมเสมือนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นมิได้ถูกขีดชื่อออกจากทะเบียนเลย

   การร้องขอให้ห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน ห้ามมิให้ร้องขอเมื่อพ้นกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทออกจากทะเบียน

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ

1. คำร้องในการเริ่มคดีอย่างไม่มีข้อพิพาท 

2. เมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้อง ผู้ร้องต้องวางเงินค่านำหมายนัดสำเนาให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด และกรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคล หรือผู้ถือหุ้น เพื่อให้ทราบและใช้สิทธิคัดค้าน

3. ในทางไต่สวนต้องได้ความว่าผู้ร้องเป็นกรรมการ หรือผู้ถือหุ้นในบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนั้น ซึ่งในระหว่างนายทะเบียนมีคำสั่งขีดชื่อออกจากทะเบียนบริษัทนั้นยังคงประกอบการอยู่ตลอดมา เช่น สัญญาจ้างกำหนดช่วงระยะเวลาไว้ ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานประกอบกิจการกับบริษัทคู่ค้า เป็นต้น

4. เมื่อศาลมีคำสั่งตามขอ หลังจากนั้น 1 เดือนจึงคัดคำสั่งศาล เพื่อนำไปให้นายทะเบียนจดชื่อบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามกฏหมายต่อไป บางคดีศาลอาจระบุในคำสั่งแจ้งเป็นหนังสือให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัททราบ โดยทางศาลจะดำเนินการส่งหนังสือให้เอง

5. บางคำสั่งศาลอาจวางข้อกำหนด "ให้ผู้ร้องชำระหนี้ค้างภาษีอากรของผู้ร้องที่ถึงกำหนดชำระตามกฎหมาย ให้ครบถ้วนก่อน"

6. นายทะเบียนเมื่อได้รับคำสั่งศาลแล้ว จะมีคำสั่งกลับจดทะเบียนคืนเข้าสู่ทะเบียน และแก้ไขข้อมูลรายการทะเบียนในหนังสือรับรอง พร้อมกับนำคำสั่งจดชื่อคืนสู่ทะเบียนส่งไปลงประกาศราชกิจจานุเบกษา

7. Link Website ประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน https://www.dbd.go.th/more_news.php?cid=47

8. ระยะเวลาดำเนินการ 3 - 4 เดือน

9. หลังจากที่กลับคืนสู่ทะเบียนสำเร็จแล้ว DBD ไม่ได้บังคับให้นำส่งงบการเงินย้อนหลังในระหว่างถูกขีดชื่อออก สรรพากรก็ไม่ได้เรียกย้อนหลัง แต่ผู้ทำบัญชีส่วนใหญ่มักแนะนำให้ทำ

 

ค่าบริการว่าความ คดีจดชื่อบริษัทกลับคืนสู่ทะเบียน

รูปแบบคดี

ราคา

ยื่นคำร้องต่อศาล

25,000

นำส่งคำสั่งแก่นายทะเบียน DBD

3,000

 

 ค่าบริการด้านทำบัญชี เลิกบริษัท

รูปแบบคดี

ราคา

งบเปล่า

18,000

งบมีรายการเดิน คิดตามรายได้ /ภาษีค้าง

สอบถาม

 

ค่าธรรมเนียมศาล

1. ค่าขึ้นศาล 200 บาท

2. ค่าส่งหมายนัดไต่สวนและสำเนาคำร้องให้นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานคร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ 260 บาท หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ตามอัตราของศาล (400-700 บาท)

3. ค่าประกาศโดยวิธีลงโฆษณาผ่านสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ E-Notice system ฟรี

4. ค่าส่งหมายนัดไต่สวนและสำเนาคำร้องให้กรรมการผู้มีอำนาจของนิติบุคคล หรือผู้ถือหุ้น ตามอัตราของศาล (400-700 บาท)

5. ค่าคัดถ่ายเอกสารจาก DBD 500 บาท

 

รับว่าความทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ฟรีค่าเดินทางทนาย

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายฟรี

เปิดบริการทุกวัน 7.00 - 18.00 น.

ช่องทางการติดต่อ กดที่ไอคอน

   

 

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า Trustmarkthai
 
 
ตัวอย่างคำสั่งศาล และนายทะเบียน
 
 
#1 โดย: ทนายธนู [IP: 184.22.251.xxx]
เมื่อ: 2019-06-12 07:43:12
สงสัยประเด็นใด สามารถสอบถามได้ หรือต้องการแชร์เพื่อเป็นความรู้ ขอเชิญกันได้เลยครับ

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 90,749