สามีแอบนำที่ดินไปขาย ภรรยาจะเรียกคืนได้ไหม

โดย: ทีมงานทนายThanulegal [IP: 110.169.11.xxx]
เมื่อ: 2017-11-04 19:49:08
สามีแอบนำที่ดิน ซึ่งเป็นสินสมรสไปขาย โดยไม่ได้รับความยินยอม ภรรยาจะเรียกคืนได้ไหม?
#1 โดย: ทนายธนู [IP: 110.169.11.xxx]
เมื่อ: 2017-11-04 19:54:39
ภรรยาสามารถฟ้องเพิกถอนการโอนขายได้ ภายในอายุความ 1 ปีนับแต่รู้ หรือ 10 ปีนับแต่วันโอน
เว้นแต่ ภรรจะได้ให้สัตยาบัน หรือบุคคลภายนอกรับซื้อโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน ไม่ทราบว่าเป็นสินสมรส (มีเพียงชื่อสามีคนเดียว) เพราะกฎหมายคุ้มครองบุคคลภายนอกผู้สุจริต
หากเป็นการซื้อโดยไม่สุจริต ก็สามารถเพิกถอนนิติกรรมทั้งหมดได้ มิใช่เพียงเฉพาะส่วน เช่น คนซื้ออยู่บ้านใกล้เรือนเคียง เป็นญาติ หรือเพื่อนสนิท
คำเตือน ก่อนจะซื้อขาย ต้องสอบถามผู้ขายก่อนว่ามีคู่สมรสหรือไม่ หากมีก็ให้คู่สมรสของทำหนังสือยินยอมด้วย
อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7031/2557
ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์ที่ ว. ได้มาขณะที่ ว. มีโจทก์เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นสินสมรสที่สามีภริยาต้องจัดการร่วมกันหรือจัดการโดยได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายหนึ่ง เมื่อมีการขายฝากที่ดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1476 (1) แต่ปรากฏว่ามีการปลอมลายมือชื่อโจทก์ในฐานะผู้ให้ความยินยอมไปทำนิติกรรมขายฝาก จึงเป็นการทำนิติกรรมที่ ว. ทำไปลำพังฝ่ายเดียว เป็นนิติกรรมไม่สมบูรณ์ ซึ่งมีผลให้คู่สมรสที่ไม่ให้ความยินยอมอาจขอให้ศาลเพิกถอนได้ เว้นแต่นิติกรรมนั้นบุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง แต่กฎหมายมิได้บัญญัติว่านิติกรรมนั้นเป็นโมฆะหรือโมฆียะ ดังนั้นตราบใดที่สัญญาขายฝากที่ดินยังไม่ถูกศาลเพิกถอน บุคคลภายนอกที่เป็นคู่สัญญาย่อมมีสิทธิสมบูรณ์ในที่ดิน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6232/2552
จำเลยที่ 2 รู้จักกับโจทก์ตั้งแต่เด็กและทราบว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 สมรสกันแล้วมีทรัพย์สินเป็นที่ดินพิพาท โดยโจทก์และจำเลยที่ 1 พักอาศัยอยู่ในที่ดินพิพาท จำเลยที่ 2 จึงทราบดีว่าที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนที่มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นสินสมรสของโจทก์กับจำเลยที่ 1 การที่จำเลยทั้งสองทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทเฉพาะส่วนที่มีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยปราศจากความยินยอมของโจทก์ แม้จำเลยที่ 2 เสียค่าตอบแทน แต่ก็เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต โจทก์จึงมีสิทธิขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1480 วรรคหนึ่ง ซึ่งต้องเพิกถอนนิติกรรมที่ผูกพันสินสมรสทั้งหมด มิใช่เฉพาะส่วนของคู่สมรสที่ไม่ยินยอมเท่านั้น
แม้โจทก์ฎีกาขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทส่วนที่เป็นสินสมรสทั้งหมดโดยโจทก์ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสองแล้ว ศาลชั้นต้นกลับพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสองเพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยทั้งสองเฉพาะในส่วนของโจทก์ อันเป็นการมิได้พิพากษาให้เป็นไปตามข้อหาในคำฟ้อง ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 142 จึงเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาเห็นสมควรยกขึ้นวินิจฉัยและพิพากษาคดีเสียให้ถูกต้อง ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 95,167