คำแนะนำ เข้าพบพนักงานตรวจแรงงาน
คำแนะนำ การเข้าพบพนักงานตรวจแรงงาน (พตร.) By Thanu Law
ข้อกฎหมายเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน
พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
มาตรา 139 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจดังต่อไปนี้
(1) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง และสถานที่ทำงานของลูกจ้างในเวลาทำการ เพื่อตรวจสภาพการทำงานของลูกจ้างและสภาพการจ้าง สอบถามข้อเท็จจริง ถ่ายภาพ ถ่ายสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด และทะเบียนลูกจ้าง เก็บตัวอย่างวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน และกระทำการอย่างอื่นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
***(2) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกนายจ้าง ลูกจ้าง หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ส่งสิ่งของหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
***(3) มีคำสั่งเป็นหนังสือให้นายจ้างหรือลูกจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา 140 ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 139 (1) ให้พนักงานตรวจแรงงานแสดงบัตรประจำตัวต่อนายจ้างหรือผู้ซึ่งเกี่ยวข้อง และให้นายจ้างหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกและไม่ขัดขวางการปฏิบัติการตามหน้าที่ของพนักงานตรวจแรงงาน
บัตรประจำตัวพนักงานตรวจแรงงานให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา 141 คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 139 (3) ให้อุทธรณ์ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดในคำสั่ง และให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาคำอุทธรณ์และแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ คำวินิจฉัยของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายดังกล่าวให้เป็นที่สุด
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งย่อมไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน เว้นแต่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือมีการวางหลักประกันตามที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำหนด
ในกรณีที่นายจ้างหรือลูกจ้างได้ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตามมาตรา 139 (3) หรือได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยของอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามวรรคหนึ่งภายในระยะเวลาที่กำหนด การดำเนินคดีอาญาต่อนายจ้างหรือลูกจ้างให้เป็นอันระงับไป
มาตรา 142 ในการตรวจสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง หรือสถานที่ทำงานของลูกจ้าง อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอาจจัดให้แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งเข้าไปในสถานที่ดังกล่าวเพื่อให้ความคิดเห็น หรือช่วยเหลือแก่พนักงานตรวจแรงงานในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
ให้นายจ้างหรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกและไม่ขัดขวางการปฏิบัติการตามหน้าที่ของแพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้เชี่ยวชาญตามวรรคหนึ่ง
การส่งหนังสือ
มาตรา 143 ในการส่งคำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือพนักงานตรวจแรงงานซึ่งสั่งการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือพนักงานตรวจแรงงานจะนำไปส่งเอง หรือให้เจ้าหน้าที่นำไปส่ง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของนายจ้างในเวลาทำการของนายจ้าง ถ้าไม่พบนายจ้าง ณ ภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ หรือสำนักงานของนายจ้าง หรือพบนายจ้างแต่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมรับ จะส่งให้แก่บุคคลใดซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วและอยู่หรือทำงานในบ้านหรือสำนักงานที่ปรากฏว่า เป็นของนายจ้างนั้นก็ได้ เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้รับคำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือพนักงานตรวจแรงงานนั้นแล้ว
ถ้าการส่งตามวรรคหนึ่งไม่สามารถกระทำได้ ให้ส่งโดยปิดคำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือพนักงานตรวจแรงงานในที่ซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานของนายจ้าง สถานที่ทำงานของลูกจ้าง ภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ของนายจ้าง เมื่อได้ดำเนินการดังกล่าว และเวลาได้ล่วงพ้นไปไม่น้อยกว่าสิบห้าวันแล้ว ให้ถือว่านายจ้างได้รับคำสั่งหรือหนังสือของอธิบดีหรือพนักงานตรวจแรงงานนั้นแล้ว
บทกำหนดโทษ
มาตรา 146 นายจ้างผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 15 มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 วรรคหนึ่ง มาตรา 45 มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 มาตรา 65 มาตรา 66 มาตรา 73 มาตรา 74 มาตรา 75 วรรคหนึ่ง มาตรา 77 มาตรา 99 มาตรา 108 มาตรา 111 มาตรา 112 มาตรา 113 มาตรา 114 มาตรา 115 มาตรา 117 หรือไม่บอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 121 วรรคหนึ่ง หรือมาตรา 139 (2) หรือ (3) มีความผิดทางพินัยต้องชำระค่าปรับเป็นพินัยไม่เกิน 20,000 บาท*
เมื่อได้รับหนังสือฯแจ้ง นายจ้างมีหน้าที่ต้องไปพบพนักงานตรวจแรงงาน
คำแนะนำจากทนายธนู
การเตรียมเอกสาร
ปกติพนักงานตรวจแรงงานจะระบุไว้ในหนังสือว่าต้องให้นายจ้างนำเอกสารอะไรไปแสดงบ้าง เช่น
1. สัญญาจ้างแรงงาน
2. สลิปเงินเดือน
3. ใบลาออก
4. หนังสือเลิกจ้าง
5. หนังสือรับรองบริษัท
6. สำเนาบัตรประชาชนกรรมการ
7. ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
8. ทะเบียนลูกจ้าง
9. ใบเตือน
10. หลักฐานการจ่ายค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชย
11. บันทึกเวลาเข้า-ออก
12. หนังสือเตือน
13. คลิปวิดีโอ / กล้องวงจรปิด
14. หนังสือมอบอำนาจ (กรณีกรรมการไม่ได้ไปด้วยตัวเอง)
การสรุปข้อเท็จจริง / ข้อกฎหมาย
ก่อนการเข้าพบพนักงานตรวจแรงงาน จะต้องสรุปข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน ไม่เลื่อนลอย หากมีเอกสารประกอบด้วยจะดีมาก
ทั้งนี้ข้อเท็จจริงดังกล่าว ต้องให้การสอดคล้องกับข้อกฎหมายหรือตัวอย่างคดีด้วย
การตรวจคำให้การ / บันทึก
เมื่อพบพนักงานตรวจแรงงาน ควรถามรายละเอียดข้อเท็จจริงที่ฝ่ายลูกจ้างได้ให้ถ้อยคำต่อพนักงานตรวจแรงงานไว้
เมื่อพนักงานตรวจแรงงานทำบันทึกคำให้การเสร็จ ผู้ให้ถ้อยคำจะต้องตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารอย่างละเอียด เพราะบางทีพนักงานตรวจแรงงานจะบันทึกตามความเข้าใจของเขา ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับข้อมูลที่เราต้องการนำเสนอ
เอกสารนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญอย่างมาก หากต้องการไปคดีไปฟ้องต่อศาล
เวลา สถานที่
ตามปกติหนังสือจะระบุวันเวลา ที่ไปพบไว้ แต่หากนายจ้างไม่สะดวกก็สามารถโทรไปเลื่อนนัดได้ (ไม่ต้องทำเป็นหนังสือ)
ส่วนสถานที่จะเป็นสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พื้นที่
ผลเสียของการไม่ไปพบพนักงานตรวจแรงงาน
1. มีความผิดตาม มาตรา 139 + 146
2. พนักงานตรวจแรงงานฟังความฝ่ายเดียว และมีคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของฝ่ายลูกจ้าง
ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายธนู
1. พนักงานตรวจแรงงาน ไม่มีอำนาจไกล่เกลี่ย แต่หากนายจ้างลูกจ้าง ต้องการไกล่เกลี่ย สามารถแจ้งพนักงานตรวจแรงงานได้ โดยจะประสานให้มาพบกันที่สำนักงานฯ
2. หลักฐานบางอย่าง สามารถขอส่งให้เพิ่มเติมได้ภายหลังวันนัดพบ
3. หากลูกจ้างให้ข้อมูลเท็จ ถือเป็นการใช้สิทธิไม่สุจริต นายจ้างสามารถนำข้อมูลมาฟ้องเป็นคดีอาญาได้ ในข้อหาให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ตาม ป.อ. มาตรา 137, 267 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
|
ค่าบริการว่าความ คดีแรงงาน |
|
|
รูปแบบคดี |
ราคา(บาท) |
|
♦ ร่วมเข้าพบพนักงานตรวจแรงงาน |
-X- |
|
♦ วางแผนคดี ให้คำปรึกษากฎหมาย |
10,000 - 15,000 |
ยินดีให้คำปรึกษากฎหมาย
ติดต่อสอบถาม
ทนายธนู โทร 083 4248098
LINE ID : @tn13
เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.00 - 20.00 น.
ช่องทางการติดต่อ กดที่ไอคอน

- ความคิดเห็น
- Facebook Comments
