ตัวอย่าง บันทึกข้อตกลงสมัครใจแยกกันอยู่

บันทึกข้อตกลงสมัครใจแยกกันอยู่

ทำที่ 111 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

วันที่ 10 มกราคม 2562

    หนังสือฉบับนี้ทำขึ้นระหว่าง นายกอ ไก่ อายุ 30 ปี เลขประจำตัวประชาชน 1 1111 11111 11 1 อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 1 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งต่อไปในหนังสือนี้เรียกว่า “ฝ่ายชาย”

    กับนางสาวขอ ไข่ อายุ 25 ปี เลขประจำตัวประชาชน 2 2222 22222 22 2 อยู่บ้านเลขที่ 222 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพูด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ซึ่งต่อไปในหนังสือนี้เรียกว่า “ฝ่ายหญิง”

    ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงทำบันทึกข้อตกลง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    ข้อ 1. ทั้งสองฝ่ายเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสกัน ณ สำนักทะเบียนเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560

    ข้อ 2. ด้วยเหตุที่ทั้งสองฝ่ายมีทัศนคติในการดำเนินชีวิตที่ไม่ตรงกัน และมักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง จนถึงขั้นเป็นเหตุให้ไม่อาจอยู่ด้วยกันได้โดยปกติสุข ทั้งสองฝ่ายไม่ประสงค์จะใช้ชีวิตคู่อยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา จึงได้ตกลงสมัครใจแยกกันอยู่ นับตั้งแต่วันทำบันทึกข้อตกลงเป็นต้นไป

    ข้อ 3. ทั้งสองฝ่ายจะไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของอีกฝ่าย หากละเมิดถือว่าผิดข้อตกลง ยินยอมให้อีกฝ่ายนำคดีฟ้องร้องต่อศาล เพื่อขอให้มีคำพิพากษาให้หย่าได้

    ข้อ 4. ภายหลังการทำบันทึกฉบับนี้ หนี้สินที่ฝ่ายใดก่อขึ้น ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เพียงฝ่ายเดียว

    ข้อ 5. ในระหว่างการปฏิบัติตามบันทึกนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงไม่จำหน่าย จ่าย โอน ทรัพย์สินสมรส ไปยังบุคคลอื่น เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากอีกฝ่าย

    ทั้งสองฝ่ายได้เข้าใจข้อความในบันทึกนี้โดยตลอดแล้ว เห็นว่าถูกต้องตรงตามเจตนา จึงได้ลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญต่อหน้าพยาน บันทึกนี้ทำขึ้นเป็นสองฉบับมีข้อความถูกต้องตรงกัน เก็บไว้ฝ่ายละหนึ่งฉบับ

 

ลงชื่อ……………………ฝ่ายชาย

    นายกอ ไก่                                           

ลงชื่อ……………………ฝ่ายหญิง

    นางสาวขอ ไข่

ลงชื่อ……………………พยาน

    นายธนู กุลอ่อน

ลงชื่อ……………………พยาน

    นายคอ ควาย

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516

(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกัน ฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกิน 3 ปี หรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกิน 3 ปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้

 

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฏีกา ที่น่าสนใจ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4135/2541

    บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นข้อตกลงมีวัตถุประสงค์เป็นการระงับข้อพิพาทในเรื่องการหย่าโดยตรงโดยเฉพาะข้อตกลงซึ่งระบุว่าโจทก์และจำเลยตกลงที่จะ ไม่ทำการจดทะเบียนหย่าซึ่งกันและกัน และโจทก์ยอมจ่ายเงิน ค่าอุปการะเลี้ยงดูและเงินบำเหน็จหรือบำนาญให้แก่จำเลย ถือได้ว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 ย่อมทำให้ประเด็นเรื่องการหย่าซึ่งทั้งโจทก์และจำเลยยอมสละระงับสิ้นไปตามมาตรา 852 ในสัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีข้อความใดระบุว่าจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์ จึงไม่อาจแปลสัญญาประนีประนอมยอมความนี้เป็นเรื่องจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่ กับโจทก์ แต่กรณีเป็นเรื่องจำเลยมีสิทธิที่จะหย่าโจทก์ได้ เนื่องจากโจทก์มีภริยาอีกคนหนึ่งและทิ้งร้างจำเลยไป การที่ โจทก์ยินยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงเป็นเรื่อง ที่โจทก์ไม่ยินยอมหย่ากับจำเลย และจำเลยสละสิทธิที่จะขอหย่ากับโจทก์โดยจำเลยขอรับค่าอุปการะเลี้ยงดูแทนเท่านั้น แม้จำเลยทราบดีว่าเมื่อทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว โจทก์จำเลย ก็ต้องแยกกันไปทำมาหากินเช่นเดิมก็ตาม ก็ไม่อาจถือได้ว่าจำเลย สมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์ แต่พฤติการณ์ที่โจทก์ปฏิบัติต่อจำเลย นับแต่โจทก์ทิ้งร้างจำเลยจนกระทั่งทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ย่อมเป็นที่เข้าใจว่าโจทก์สมัครใจแยกกันอยู่กับจำเลยฝ่ายเดียวเท่านั้น ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวนั้นย่อมไม่เปิดโอกาสให้จำเลยไปอยู่กับโจทก์ได้ ก็ใช่เป็นเรื่องที่จำเลยมีความสมัครใจที่จะ แยกกันอยู่กับโจทก์ นอกจากนั้นก็ไม่ปรากฏว่าภายหลังทำสัญญาประนีประนอมยอมความโจทก์จำเลยได้ตกลงกันนอกเหนือจากข้อสัญญาในสัญญาประนีประนอมยอมความว่าจำเลยสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์ เหตุที่โจทก์จำเลยแยกกันอยู่มาเกิน 3 ปี นับแต่ วันทำสัญญาประนีประนอมยอมความจึงมิได้เกิดขึ้นด้วยความสมัครใจ ของจำเลยเพราะเหตุไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้ โดยปกติสุขแต่เป็นความสมัครใจของโจทก์ฝ่ายเดียวเท่านั้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยโดยอาศัยเหตุฟ้องหย่าตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1516(4/2) ได้


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 100,735