ตัวอย่าง สัญญาประนีประนอมยอมความ

ตัวอย่าง คดีกู้ยืม

เรื่อง ผิดสัญญากู้ยืมเงิน

ข้าพเจ้า โจทก์และจำเลย

ขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลมีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

    ข้อ 1. จำเลยตกลงชำระหนี้ให้แก่โจทก์เป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยผ่อนชำระเป็นรายงวดๆละเดือน เดือนละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท(ห้าพันบาทถ้วน) ให้เสร็จสิ้นภายใน 48 งวด โดยเริ่มชำระงวดแรกภายในวันที่ 1 มกราคม 2555 งวดต่อไปทุกวันที่ 1 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะชำระให้เสร็จสิ้นแก่โจทก์ โดยชำระผ่านบัญชีธนาคารหมายเลข 123-456-7890 ธนาคารกรุงเทพ ประเภทสะสมทรัพย์ ชื่อบัญชี นายใจดี มีทวง หรือช่องทางการชำระเงินที่โจทก์กำหนด

    ข้อ 2. หากจำเลยผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง ให้ถือว่าผิดนัดในส่วนที่ค้างชำระทั้งหมด ยินยอมให้โจทก์บังคับคดีได้ในยอดหนี้ตามทุนทรัพย์ หักด้วยจำนวนเงินที่จำเลยชำระมาภายหลัง พร้อมทั้งยินยอมเสียดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินที่ค้างชำระ แต่ต้องไม่เกินต้นเงินจำนวน 1,000,000 บาท(หนึ่งล้านบาทถ้วน) นับแต่วันที่ผิดนัดชำระเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้เสร็จสิ้นแก่โจทก์

    ข้อ 3. ค่าทนายความ และค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนให้เป็นพับ

    ข้อ 4. โจทก์ และจำเลยตกลงตามข้อ 1-3 ไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดต่อกันอีก

 

ตัวอย่าง คดีหย่า

เรื่อง หย่า เรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตร

ข้าพเจ้า โจทก์และจำเลย

ขอทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลมีข้อความตามที่จะกล่าวต่อไปนี้

    ข้อ 1. โจทก์และจำเลยตกลงไปจดทะเบียนหย่าขาดจากการเป็นสามีภริยากันภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลได้โปรดมีคำพิพากษา ณ สำนักงานทะเบียนเขตดอนเมือง ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

    ข้อ 2. โจทก์และจำเลยตกลงจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร คือ เด็กหญิงน่ารัก น่าชัง ร่วมกัน โดยให้บุตรดังกล่าวอยู่อาศัยกับมารดาหรือโจทก์ และจำเลยมีสิทธิพบบุตรได้ตามเวลาและเหตุผลอันสมควร       

    ข้อ 3. จำเลยตกลงจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรให้แก่โจทก์ เดือนละ 3,000 บาท โดยจ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรทุกวันที่ 1 ของทุกๆ เดือน เริ่มชำระงวดแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2555 ไปจนกว่าบุตรจะอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยชำระผ่านบัญชีธนาคารหมายเลข 123-456-7890 ธนาคารกรุงเทพ ประเภทสะสมทรัพย์ ชื่อบัญชีโจทก์

    ข้อ 4. ค่าทนายความ และค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนที่ศาลไม่สั่งคืนให้เป็นพับ

    ข้อ 5. โจทก์ และจำเลยตกลงตามข้อ 1-4 ไม่ติดใจเรียกร้องสิ่งใดต่อกันอีก

 

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา 850 อันว่าประนีประนอมยอมความนั้น คือสัญญาซึ่งผู้เป็นคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายระงับข้อพิพาทอันใดอันหนึ่งซึ่งมีอยู่หรือจะมีขึ้นนั้นให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน

 

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 138 ในคดีที่คู่ความตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคำฟ้องนั้น และข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความกันนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ให้ศาลจดรายงานพิสดารแสดงข้อความแห่งข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความเหล่านั้นไว้ แล้วพิพากษาไปตามนั้น

    ห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้

    (1) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล

    (2) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่ง

    กฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

    (3) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความ

    ถ้าคู่ความตกลงกันเพียงแต่ให้เสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับ

 

เรียบเรียงและเขียนโดยทนายธนู

#1 โดย: ทนายธนู [IP: 184.22.251.xxx]
เมื่อ: 2019-06-01 19:23:26
สงสัยประเด็นใด สามารถสอบถามได้ หรือต้องการแชร์เพื่อเป็นความรู้ ขอเชิญกันได้เลยครับ

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 40,833