ขับไล่ลูกหนี้ ขายทอดตลาด

คดีขับไล่จำเลย ลูกหนี้ และบริวาร กรณีซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาด สำนักงานบังคับคดี

ปัญหาที่พบบ่อย ที่ผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดหรือประมูลสู้ราคา จากสำนักงานบังคับคดี แต่กลับพบว่ายังมีลูกหนี้ บริวาร พักอาศัยอยู่บ้าน หรือคอนโด

ทางแก้คือ : ผู้ซื้อจะต้องยื่นคำร้องต่อศาล เพื่อบังคับให้ลูกหนี้ พร้อมบริวาร ขนย้ายทรัพย์สินออกไป

   โดยผู้ซื้อไม่จำเป็นต้องไปยื่นคำฟ้องขับไล่เป็นคดีใหม่ ตามพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม

 

ภายหลังจากผู้ซื้อได้ทำการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ประมูลได้เรียบร้อยแล้ว ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่จำเลยและบริวารยังไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินออก

มีขั้นตอนทางกฎหมาย ดังนี้

1. ยื่นคำร้องขอออกหมายบังคับคดีลูกหนี้ตามคำพิพากษา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 334 เพื่อให้ศาลมีคำสั่งออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โดยผู้ซื้อจะอยู่ในฐานะผู้ร้องในคดีเดิม

2. ผู้ซื้อหรือผู้แทนต้องนำเจ้าพนักงานบังคับคดีไปยังที่ตั้งทรัพย์ เพื่อปิดประกาศขับไล่ โดยการจองคิวประมาณ 1-2 วัน เพื่อให้ผู้ที่อยู่อาศัยอ้างว่ามิใช่บริวารจำเลยยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายใน 15 วันนับแต่วันที่ปิดประกาศเพื่อให้ศาลนัดวันไต่สวนคำร้อง

3. หากจำเลยและบริวารยังไม่ออก หรือไม่ได้ยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในกำหนด ผู้ซื้อต้องเป็นผู้รายงานต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี และขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีหนังสือไปรายงานศาล เพื่อมีคำสั่งจับกุมและกักขังโดยผู้ซื้อต้องไปคัดทะเบียนราษฎรบุคคลที่จะขอให้เจ้าพนักงานออกหมายจับรับรองไม่เกิน 1 เดือน

4. คัดถ่ายหมายจับกุมและกักขัง เพื่อนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการจับกุม ส่งตัวมายังศาล หรือบางกรณีศาลอาจจะมีคำสั่งนัดพร้อม เพื่อเรียกตัวจำเลยมีมาสอบถามก่อนก็ได้

5. กรณีถูกออกหมายจับ ลูกหนี้และบริวาร ต้องเตรียมเงินค่าประกันตัว คนละ 5,000 บาท

6. หากจำเลยและบริวารออกจากที่พิพาทแล้ว ให้มาแจ้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อจะได้ส่งมอบการครอบครองให้

 

เอกสารประกอบการยื่น คำร้องต่อศาล

1. หนังสือสัญญาซื้อขาย

2. ใบเสร็จรับเงิน จากสำนักงานบังคับคดี

3. ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี เรื่อง ขายทอดตลาดทรัพย์สิน

4. คำขอ ขายตามคำสั่งศาล

5. โฉนดที่ดิน / หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด

6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อได้

 

เอกสารประกอบการยื่น ตั้งเรื่องขับไล่ สำนักงานบังคับคดี

1. หนังสือมอบอำนาจ(ถ้ามี)

2. คำร้องขอขับไล่

3. แบบรับรองรายการทะเบียนราษฏรจำเลยและบริวาร รับรองไม่เกิน 1 เดือน

4. ภาพถ่ายทรัพย์สิน และแผนที่ตั้ง

5. หนังสือบอกกล่าวแจ้งขับไล่ พร้อมใบตอบรับ EMS ในประเทศ

 

ค่าธรรมเนียม

1. ค่าตั้งเรื่องขับไล่ สำนักงานบังคับคดี สำนวนละ 1,000 บาท

2. ค่านำส่งหมายนัด จำเลยและบริวาร ตามอัตราของศาล

 

เขตอำนาจศาล : ศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล กรณีซื้อทรัพย์จากคดีล้มละลาย ต้องยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลาย

 

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฏีกา ที่น่าสนใจ

ประเด็น : ซื้อทรัพย์ขายทอดตลาดมาจากธนาคาร ย่อมได้รับความคุ้มครองต่อมาจากธนาคาร ผู้ซื้อทรัพย์ได้เช่นเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13846/2553

   ธนาคาร ก. เป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล ย่อมได้รับความคุ้มครองสิทธิมิให้เสียไป แม้ที่ดินพิพาทมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1330 โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นผู้ซื้อที่ดินพิพาทจากธนาคาร ก. อีกทอดหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นผู้สืบสิทธิที่ได้รับความคุ้มครองสิทธิที่มีอยู่ตามมาตรา 1330 เช่นเดียวกัน แม้โจทก์ทั้งสองจะมิใช่ผู้ซื้อที่ดินดังกล่าวจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยตรง หรือโจทก์ทั้งสองซื้อที่ดินดังกล่าวโดยทราบมาก่อนว่าจำเลยปลูกบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นในที่ดินพิพาทเป็นเวลานานแล้ว หรือการที่จำเลยครอบครองทำประโยชน์ปลูกบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นอย่างถาวรในที่ดินพิพาทมาเป็นเวลาเกินกว่า 20 ปี แล้วโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้าน และมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เป็นหลักฐาน ก็ไม่อาจยกสิทธิดังกล่าวขึ้นใช้ยันสิทธิของโจทก์ทั้งสองได้ และเมื่อโจทก์ทั้งสองบอกกล่าวให้จำเลยรื้อถอนบ้านและสิ่งปลูกสร้างอื่นกับให้ออกไปจากที่ดินพิพาทแล้ว จำเลยยังคงเพิกเฉย โจทก์ทั้งสองย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทได้

 

ประเด็น : ยื่นคำร้องในคดีเดิม ไม่ต้องยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่

คำพิพากษาฎีกาที่ 5502/2555

   การที่ผู้ซื้อที่ดินและอาคารจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดี ขอให้ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยทั้งสาม ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวารซึ่งยังครอบครองและอาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวออกไปจากที่ดินและอาคารนั้น ถือว่าเป็นการบังคับคดีต่อเนื่องจากที่โจทก์ได้บังคับคดีไว้ก่อนแล้วซึ่ง ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี บัญญัติให้ถือว่า ผู้ซื้อทรัพย์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา และลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารที่อาศัยอยู่ในอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษา อันมีผลเท่ากับให้ผู้ซื้อทรัพย์สวมสิทธิของโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา เมื่อโจทก์ได้ร้องขอให้บังคับคดีแก่จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายในกำหนด 10 ปีนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาและผู้ซื้อทรัพย์ดำเนินการบังคับคดีต่อเนื่องจากโจทก์ดังกล่าว จึงไม่ต้องยื่นคำขอให้บังคับคดีภายใน 10 ปีนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 271 บัญญัติไว้อีก ผู้ซื้อทรัพย์มีสิทธิยื่นคำขอต่อศาลให้ออกคำบังคับให้จำเลยที่ 3 และบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์พิพาทโดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่

 

ประเด็น : หากผู้ซื้อต้องการเรียกค่าเสียหาย ต้องนำไปฟ้องเป็นคดีใหม่ ข้อหาขับไล่

คำพิพากษาฎีกาที่ 5997/2555

   ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี ให้สิทธิผู้ซื้อทรัพย์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากการขายทอดตลาดของเจ้าพนักงานบังคับคดีเพียงการขอให้ออกคำบังคับและให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีเพื่อขับไล่จำเลยในฐานะลูกหนี้ตามคำพิพากษาและบริวารออกไปจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเท่านั้น เมื่อโจทก์ประสงค์จะเรียกค่าเสียหายจากจำเลยในมูลละเมิด เพราะจำเลยไม่ยอมออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทก็ชอบที่โจทก์จะฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายเป็นคดีใหม่ต่างหาก โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยใช้ค่าเสียหายในมูลละเมิดเป็นคดีนี้ได้ จำเลยรับว่าเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาในคดีเดิมโดยธนาคาร ก. เป็นผู้ซื้อทรัพย์พิพาทจากการขายทอดตลาดในคดีดังกล่าวและโจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ต่อมาจากธนาคาร ก. ทั้งจำเลยก็ยังอยู่ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทที่โจทก์ซื้อมา จึงย่อมฟังได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์แล้ว

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 3712/2555

   แม้ตามคำฟ้องของโจทก์ โจทก์สามารถดำเนินการบังคับขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลได้ โดยการยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี แต่บทบัญญัติมาตรา 309 ตรี มิได้บัญญัติห้ามหรือตัดสิทธิของโจทก์ในการที่จะใช้สิทธิทางศาลโดยการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่อยู่ในทรัพย์สินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยละเมิด การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามมาตรา 309 ตรี และให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความจึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

 

ประเด็น : ชำระเงินมัดไว้บางส่วน แม้จำเลยจะได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขับไล่ได้ 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2444/2537

   โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลชั้นต้นโดยสุจริตและวางเงินมัดจำไว้บางส่วน แต่ก่อนที่จะมีการโอนกรรมสิทธิ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ดังนี้ แม้โจทก์จะยังมิได้ชำระราคาที่ดินพิพาทครบถ้วนหรือยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยผู้อยู่อาศัยในที่ดินพิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330

 

ประเด็น : ลูกหนี้หรือจำเลยจะอ้างเหตุว่าได้กรรมสิทธิ์โดยครอบครองปรปักษ์แล้วขึ้นต่อสู้โจทก์ไม่ได้ อ้างอิงคำพิพากษาศาลฏีกาที่ 4394/2547

 

หลักกฎหมาย ที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2560 

ส่วนที่ 8 การขายหรือจำหน่าย

มาตรา 334 เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีโอนอสังหาริมทรัพย์ที่ขายให้แก่ผู้ซื้อ หากทรัพย์สินที่โอนนั้นมีลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารอยู่อาศัย และลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารไม่ยอมออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น ผู้ซื้อชอบที่จะยื่นคําขอฝ่ายเดียวต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาล ให้ออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับให้ลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารออกไปจากอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยให้นําบทบัญญัติมาตรา 271 มาตรา 278 วรรคหนึ่ง มาตรา 351 มาตรา 352 มาตรา 353 วรรคหนึ่ง (1) และวรรคสอง มาตรา 355 มาตรา 361 มาตรา 362 มาตรา 363 และมาตรา 364 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้ถือว่าผู้ซื้อเป็นเจ้าหนี้ตามคําพิพากษา และลูกหนี้ตามคําพิพากษาหรือบริวารที่อยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นลูกหนี้ตามคําพิพากษาตามบทบัญญัติดังกล่าว

 

ส่วนที่ 1 การบังคับคดีในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาต้องออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัยหรือทรัพย์ที่ครอบครอง

มาตรา 351 ในกรณีที่คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ขับไล่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาออกไปจากอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย หรือทรัพย์ที่ครอบครอง

   (1) ถ้าทรัพย์นั้นไม่มีบุคคลใดอยู่แล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 352

   (2) ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารไม่ออกไปจากทรัพย์นั้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 353

 

มาตรา 353 ในกรณีตามมาตรา 351 (2) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติดังต่อไปนี้ 

    (1) รายงานต่อศาลเพื่อมีคำสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวาร และให้ศาลมีอำนาจสั่งจับกุมและกักขังได้ทันที ในกรณีเช่นว่านี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา 363 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

   (2) ปิดประกาศให้บุคคลที่อยู่อาศัยหรือครอบครองทรัพย์นั้นซึ่งอ้างว่ามิได้เป็นบริวารของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ยื่นคำร้องต่อศาลภายในกำหนดเวลา 15 วันนับแต่วันปิดประกาศแสดงว่าตนมีอำนาจพิเศษในการอยู่อาศัยหรือครอบครองทรัพย์นั้น

   เมื่อมีการจับกุมลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือบริวารตาม (1) แล้ว หรือในกรณีที่บุคคลดังกล่าวหลบหนีไปจากทรัพย์นั้นแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามมาตรา 352

 

หมวด 7 การบังคับคดีในกรณีที่ขอให้ศาลสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษา

มาตรา 361 ภายใต้บังคับบทบัญญัติหมวด 4 การบังคับคดีในกรณีที่ให้ขับไล่ ในกรณีที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาจงใจขัดขืนไม่ปฏิบัติตามคำบังคับ และไม่มีวิธีการบังคับอื่นใดที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะใช้บังคับได้ เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจมีคำขอฝ่ายเดียว ให้ศาลมีคำสั่งจับกุมและกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาก็ได้

   เมื่อได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลพิจารณาคำขอโดยเร็ว หากเป็นที่พอใจจากพยานหลักฐานซึ่งเจ้าหนี้ตามคำพิพากษานำมาสืบหรือที่ศาลเรียกมาสืบว่า ลูกหนี้ตามคำพิพากษาสามารถที่จะปฏิบัติตามคำบังคับได้ถ้าได้กระทำการโดยสุจริต และเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่มีวิธีการบังคับอื่นใดที่จะใช้บังคับได้ให้ศาลออกหมายจับลูกหนี้ตามคำพิพากษา

   ถ้าลูกหนี้ตามคำพิพากษามาศาลหรือถูกจับตัวมา แต่ลูกหนี้ตามคำพิพากษาไม่อาจแสดงเหตุอันสมควรในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้ ศาลมีอำนาจสั่งกักขังลูกหนี้ตามคำพิพากษาทันทีหรือในวันหนึ่งวันใดที่ลูกหนี้ตามคำพิพากษายังคงขัดขืนอยู่ก็ได้ หากลูกหนี้ตามคำพิพากษาแสดงเหตุอันสมควรในการที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับได้ หรือตกลงที่จะปฏิบัติตามคำบังคับทุกประการ ศาลจะมีคำสั่งให้ยกคำขอ หรือมีคำสั่งเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้

 

หลักกฎหมาย คุ้มครองคนสุจริตที่ประมูลซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยเปิดเผย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 1330 สิทธิของบุคคลผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล หรือคำสั่งเจ้าพนักงานรักษาทรัพย์ในคดีล้มละลายนั้น ท่านว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลย หรือลูกหนี้โดยคำพิพากษา หรือผู้ล้มละลาย

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมจากทนายความ

1. หากยังไม่ไปโอน ไม่สามารถขับไล่ได้ อ้างอิง ฎ.1162/2561

 

ค่าบริการว่าความ คดีขับไล่ลูกหนี้ 

รูปแบบคดี

ราคา

ยื่นคำร้อง ดำเนินการขับไล่

25,000 - 35,000


กรุงเทพฯ ปริมณฑล เชียงใหม่ ฟรีค่าเดินทางทนาย

ยินดีให้คำปรึกษากฎหมายฟรี

เปิดบริการทุกวัน 7.00 - 18.00

ช่องทางการติดต่อ กดที่ไอคอน

   

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า Trustmarkthai
#1 โดย: ทนายธนู [IP: 184.22.251.xxx]
เมื่อ: 2019-06-12 07:45:45
สงสัยประเด็นใด สามารถสอบถามได้ หรือต้องการแชร์เพื่อเป็นความรู้ ขอเชิญกันได้เลยครับ
#2 โดย: ปุณนดา [IP: 49.230.71.xxx]
เมื่อ: 2019-09-29 23:13:08
ทำขายฝาก แล้วไม่มาไถ่ถอด จนครบสัญญาแล้ว แต่มีบ้านพร้อม ถือว่าหลุดแล้ว ใช่มัยค่ะ ลูกหนีทำเรื่อง ไก่เกลีย ขอเวลา 1ปี จะมาไถ่ จนครบ ก็ไม่มาเคลีย แต่ยังอยูในบ้าน มีสิทไล่มัย ใช้เวลานานหรือเปล้า
#3 โดย: กนกกาญจน์ [IP: 183.89.104.xxx]
เมื่อ: 2020-06-20 11:10:10
ซื้อที่ดิน+บ้าน จากกรมบังคับคดี (จ่ายเงินหมดแล้ว) วันที่ซื้อเลยมา 20 วัน แล้วไปโอนที่ดิน (ทางกรมฯแนะว่าให้เลย 15วันไป เผื่อจำเลยมาคัดค้าน) ตอนที่ซื้อมีบ้าน 1หลัง+ที่ดิน 82 ตรว. แต่ในที่ดินมีบ้านอยู่อีก 3 หลัง ถือกรรมสิทธิ์ร่วม ทางกรมที่ดินว่า จะปั้นเงินที่ขายได้ให้เป็น 4 ส่วน ให้ 3 หลังด้วย (เขาไปกู้เงิน กยศ. แล้วถูกยึดค่ะ ตอนเขาไปกู้ไม่ให้โฉนดที่ดินตัวจริงไป) ทางที่ดินต้องออกใบแทนให้ใหม่ ต้องรอ 30 วัน ช่วงรอดิฉันได้ไปที่บ้านที่เราซื้อ ไปคุยว่าดิฉันซื้อแล้ว ช่วยขยับขยายนะค่ะ ดิฉันเข้ามาอยู่ค่ะ เขาว่าจะขอซื้อคืนในราคาที่ประมูลมาได้ จะบวกค่าเสียเวลาต่างๆ ให้ จะบ้ารึ ดิฉันว่าซื้อแล้วก็อยากย้ายเขามาอยู่ ทางจำเลยว่า ผมจะไปเขียนคำร้องที่กรมบังคับคดีวันจันที่ 22/6/63 นี้ ดิฉันขอถามว่า
1. จำเลย ไปร้องขอต่อกรมบังคับคดี ได้รึค่ะ
2. จำเลย ไปร้องที่ สนง.ที่ดินได้ไหมค่ะ
3. ดิฉัน ได้โฉนดที่ดินเป็นชื่อเราแล้ว จบไหมค่ะ เขาต้องออกจากบ้านแต่โดยดีไหมค่ะ
ช่วงแนะนำด้วยค่ะ จักขอบพระคุณยิ่ง
#4 โดย: สุวรรณชัย [IP: 223.205.225.xxx]
เมื่อ: 2021-11-16 07:54:59
ดูฎีกา 2261/2561 เลยครับ
ส่วนที่ถาม ข้อ ๑ และ ๒ เจ้าของที่ดิน(จำเลย)ต้องไปร้องขอที่ศาลครับ ว่าการขายไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเหตุใด แต่หลักคือผู้ซื้อได้ที่ดินทั้งแปลงตามที่ สนง.บังคับคดีประกาศขายครับ
ข้อ ๓ ใช้หลักมนุษยธรรมครับ หากบ้านเราถูกขายทอดตลาด เราก็เดือดร้อน ยิ่งมีบ้านหลายหลัง ยิ่งเดือดร้อนหลายคนครับ (ขายคืนเขาเถอะครับ ไปหาหลังใหม่) ขอบคุณครับ
#5 โดย: Uncharee [IP: 49.228.8.xxx]
เมื่อ: 2021-12-14 12:52:58
ขอขอบคุณคุณทนายธนูมากนะคะ สำหรับข้อมูลดีๆ แบบนี้ที่คุณทนายกรุณานำมาให้ความรู้ เอาไปใช้แล้วเกิดประโยชน์มากค่ะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 90,747