การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

การเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหาย

    ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 44/1 ในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ผู้เสียหายซึ่งมีสิทธิที่จะเรียกค่าสินไหมทดแทน เพราะเหตุที่ตนได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ หรือได้รับความเสื่อมเสียต่อเสรีภาพในร่างกาย ชื่อเสียง หรือได้รับความเสียหายในทางทรัพย์สินอันเนื่องมาจากการกระทำผิดอาญาของจำเลย โดยยื่นคำร้องต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งเรียกว่า คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา

 

ผู้เสียหายคือใคร?

    ผู้ที่ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำความผิดอาญาของจำเลย รวมทั้งบุคคลอื่นที่มีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายได้ เช่น ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้อนุบาล ในความผิดซึ่งได้กระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ ผู้บุพการี ผู้สืบสันดาน สามีหรือภริยาในความผิดซึ่งผู้เสียหายถูกทำร้ายถึงตายหรือบาดเจ็บจนไม่สามารถจะจัดการเองได้ และผู้จัดการหรือผู้แทนนิติบุคคลในความผิดซึ่งได้กระทำลงแก่นิติบุคคล

 

ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกได้มีดังนี้

1 ค่าเสียหายที่เป็นตัวเงิน เช่น ค่าชดใช้ราคาทรัพย์ที่สูญหายหรือเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล ค่าปลงศพ รวมทั้งค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอย่างอื่น ค่าขาดประโยชน์ เพราะไม่สามารถประกอบการงานแต่บางส่วนหรือโดยสิ้นเชิง ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย

2 ค่าเสียหายอย่างอื่นอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ความเสียหายที่ต้องเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ความเสียหายต่ออนามัย ความเสียหายต่อชื่อเสียงเกียรติคุณ

3 การกระทำเพื่อให้ผู้เสียหายกลับคืนสู่สถานะเดิม เช่น การขอใช้คืนทรัพย์ การขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ การประกาศหนังสือพิมพ์เพื่อแก้ไข

 

เอกสารหรือหลักฐานประกอบคำร้อง

1 สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียหาย

2 ถ้าผู้ร้องเป็นผู้จัดการแทนผู้เสียหายให้แสดงหลักฐานที่แสดงความเกี่ยวข้องกับผู้เสียหายด้วย ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ในสูติบัตร ในสำคัญการสมรส ใบมรณบัตร หรือคำสั่งศาล เป็นต้น

3 หลักฐานเกี่ยวกับความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายความเสียหายที่เกิดขึ้น ใบเสร็จรับเงินที่ต้องจ่าย อันเนื่องจากการกระทำความผิดของจำเลย หลักฐานเกี่ยวกับราคาทรัพย์ เป็นต้น

    

    คดีที่อยู่ในเขตอำนาจพิจารณาคดีของศาล ผู้เสียหายสามารถติดต่อ เพื่อยื่นคำร้องเพื่อเรียกร้องให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้ที่งานประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีบริการเขียนคำร้องให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

 

การยื่นคำร้อง

1 ต้องยื่นคำร้องเข้ามาก่อนศาลเริ่มทำการสืบพยานหรือในกรณีที่ไม่มีการสืบพยาน เช่น จำเลยให้การรับสารภาพ จำต้องยื่นคำร้องก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดี

2 การยื่นคำร้องให้ยื่นต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญานั้น

3 คำร้องจะต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับความเสียหายและจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่เรียกร้อง

4 ผู้เสียหายไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมศาล

5 กรณีที่ผู้เสียหายเป็นคนยากจน ไม่สามารถจัดหาทนายความดำเนินคดีได้เอง ศาลมีอำนาจตั้งทนายความให้แก่ผู้เสียหาย 

6 ผู้เสียหายต้องมาศาลตามกำหนดนัด ซึ่งอาจเป็นนัดเพื่อประนอมข้อพิพาทหรือนัดสืบพยาน

7 กรณีศาลสั่งให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้ถือว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

 

ตัวอย่าง คำร้องเรียกค่าสินไหมทดแทน (  ป.วิ.อ  มาตรา  44 / 1 ) 

    ข้อ 1. คดีนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 1 มีนาคม 2558 ดังความแจ้งในสำนวนแล้วนั้น

    ข้อ 2. ผู้ร้องเป็นผู้เสียหายในคดีนี้โดยตรง ผู้ร้องมีความประสงค์จะขอเรียกค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำความผิดของจำเลยอัน เป็นการละเมิดต่อผู้เสียหายทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายดังนี้

    2.1. ค่าผ่าตัดและทำศัลยกรรมในชั้นแรก เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท

    2.2. ค่าทำศัลยกรรมจากแพทย์ผู้ชำนาญ 10 ครั้ง เป็นจำนานเงิน 50,000 บาท

    2.3. ค่าสินไหมทดแทนกรณีดวงตาข้างซ้ายบอดสนิทและต้องเสียโฉมอย่างติดตัวไปตลอดชีวิต เป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท

    2.4. ระหว่างที่ผู้ร้องรักษาตัว ทำให้ผู้ร้องไม่ได้ประกอบการงานไม่ได้เป็นเวลา 60 วัน ผู้ร้องขอคิดค่าเสียหายในการขาดประโยชน์วันละ 500 บาท รวมเป็นเงินจำนวน 30,000 บาท

รวมเป็นเงินค่าสินไหมทดแทนทั้งสิ้น 280,000 บาท

    ดังนั้นผู้ร้องจึงขอประทานกราบเรียนต่อศาลขอศาลได้โปรดบังคับให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่ผู้ร้อง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 280,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2558 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องเสร็จสิ้นครบถ้วน

         ควรมิควรแล้วแต่จะโปรด

    ลงชื่อ                         ผู้ร้อง  

คำร้องฉบับนี้ ข้าพเจ้าว่าที่ร้อยตรีธนู กุลอ่อน ทนายผู้ร้อง เป็นผู้เรียงและพิมพ์

    ลงชื่อ                         ผู้เรียงและพิมพ์


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 25,760